เมืองไทย เมืองทุนนิยม
posted on 17 Mar 2008 09:08 by thenerdเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราไปดู "ก่อนจะถึง บางรักซอย9" เปนละครเวทีที่สนุกมาก <<< ได้ข่าวว่าพึ่งจะเคยดูครั้งแรก นักแสดงทุกคนเต็มที่กับการแสดงมากเลยโดยเฉพาะ แท่ง น่ะ สุดยอด ยกนิ้วให้เลยอ่ะ แต่สิ่งที่ขอบ่นก้อคงจะไม่พ้นเรื่องราคาบัตรและผู้ร่วมชมการแสดง
ราคาับัตร
เจ้าของบลอกไม่เข้าใจเลยว่าหากจะสนับสนุนให้คนไทยดูละครเวทีกัน ทำไมไม่ทำให้ราคาบัตรเข้าชมถูกกว่านี้ล่ะ คนจะได้มาดูกันเยอะๆ หากไม่นับว่าละครเวทีเปนการพักผ่อนหย่อนใจหละก้อ ละครเวทีก้อถือเปนสิ่งฟุ่มเฟือยเลยทีเดียวแหละ <<< ได้ข่าวว่าแกซื้อบัตร 1500 นะ แกนั่นแหละฟุ่มเฟือย
ผู้ร่วมเข้าชม
1. ทำไมไม่มาให้ตรงเวลาห๊ะ มานทำให้นักแสดงเสียสมาธิ และคนดูคนอื่นเสียอรรถรสในการชมนะค้าบเจ๊
2. ในโบรชัวเค้าก้อบอกอยู่แล้วว่าห้ามนำเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเข้ามา แม่เจ้าเว้ย..แม่งเสียงดังน่ารำคาญโคด
แต่ยังไงความประทับใจของฉากและผู้แสดง มีมากกว่าสิ่งน่ารำคาญพวกนั้น จึงขอนับว่าเปนสิ่งที่น่าประทับใจในชีวิตไปอีกหนึ่งเรื่องแล้วกัน
อีกเรื่อง <<< Entry นี้ 2 in 1 จ้ะ
เมื่อวานที่ผ่านมา.. ไม่ดิ่ เมื่อวันเสาและเมื่อวาน <<< เฮ้ย..ชักจา งง เอาเปนว่าจาวันไหนก้อช่างมานเหอะ -*-
เจ้าของบลอกได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมา
18.00 น. - - - ออกจาลพบุรี
02.00 น. - - - ถึงจันทบุรี (เขาคิชฌกูฏ <<< ไม่แน่ใจว่าเขียนงี้ป่าว แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าประมานนี้ )
ทำไมต้องเขาคิชฌกูฏน่ะหรอ ?? ไม่รู้เหมือนกันดิ่ ก้อเพื่อนมานชวนมาก้อมากะเค้าอ่ะ ใจจริงอยากมาไหว้พระ <<< ป่าวร้อกกก..อยากมาหาที่พึ่งทางใจซะมากก่า พวกคุนคงเข้าใจใช่ไม๊ว่าช่วงรอผลสอบเนี่ย เปนอารายที่เคว้งแบบสุดๆ บางคนใช้เวลาไปกับการเที่ยวอย่างเดียว บางคนนอนอยู่บ้านดูซีรี่เกาหลี บางคนก้อไปลดน้ำหนัก บางคนไปเปลี่ยนทรงผม บางคน..บลา บลา บลา เจ้าของบลอกก้อเลยไม่อยากจาอยู่บ้านเฉยๆ ตามๆ เค้าไป
เขาคิชฌกูฏเปนสถานที่ทางศาสนา ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปที่นั่นส่วนใหญ่ก้อเปนพวกแสวง บุญ โชคลาภ อยากจะรวยบ้างหละ อยากจะประสบความสำเร็จบ้างหละ ก้อพากันไป
เมื่อคุนไหว้พระตรงจุดที่ 1
คุนก้อสวดมนต์ ไหว้พระ ขอพร ต่างๆ นานา กันไป อ้อ!!! ลืมบอกไปเจ้าของบลอกและเพื่อนเตรียมดอกไม้และธูปเทียนกันไปเองนะทริปนี้ กะว่าจาประหยัดไปเต็มที่ แต่ป่าวเลยคุนจะต้องซื้อของบางอย่างเพื่อเตรียมไปสักการะที่จุดต่อๆ ไป
ไหว้พระจุดที่ 2
การเดินทางไปจุดที่ 2 คุนจะต้องซื้อตั๋วเพื่อขึ้นรถไป ตั๋วราคาคนละ 50 บาท แต่ก้อเลือกไม่ได้จึงจำเปนต้องซื้อ เพราะถ้าหากคุนเลือกที่จะเดิน เจ้าของบลอกคิดว่าเปนอันตรายนะ แต่ถึงจะขึ้นรถก้ออันตรายไม่แพ้กันอยู่ดี ทำไมน่ะหรอ?? แม่เจ้าพระคุณรุนช่อง เส้นทางลาดชัดซะยิ่งกว่าขึ้นดอยซะอีกแน่ะ คนไม่ชำนาญจิงขับไม่ได้เลยหละ พอไปยังจุดที่ 2 ก้อไหว้พระเพื่อสะเดาะเคราะห์ ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ และก้อขอพรให้หลวงพี่ท่านพรมน้ำมนต์ให้
ไหว้พระจุดที่ 3
การเดินทางเปนเช่นเดียวกับจุดที่ 2 สรุปแล้วการเดินทางขาขึ้นคุนจะต้องเสียเงินทั้งหมด 100 <<< ค่ารถตู้กรุงเทพไปลพบุรีเลยนะน่ะ พอถึงจุดที่ 3 คุนก้อทำแบบเดิมคือไหว้พระแล้วก้อขอพรกันไป อ้อ!!! ลืมบอกไปพรนะขอได้ข้อเดียวนะคู้นนน เค้าว่ากันว่าขอหลายอย่างแล้วจาไม่ได้ซะอย่าง <<< แหม..ใจร้ายกว่านางฟ้าในซินเดอเรลล่าซะอีก พอไหว้เสร็จ คราวนี้ก้อถึงทีที่จะต้องเดินกันหละครับพี่น้อง ก่อนขึ้นไปก้อต้องสักการะพระแม่ธรณีกันก่อน ขณะที่กำลังไหว้พระแม่ธรณีอยู่ เจ้าของบลอกได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมา
คนขาย : ซื้อธูป ดอกไม้ และพลอยกันก่อนนะค้าบ
เจ้าของบลอก : เรามีแล้วนี่หว่า.. <<< นึกในใจ
คนขาย : เกิดวันอะไรครับ
เจ้าของบลอก : วันอาทิตย์ค่ะ <<< ทำไมช้านต้องบอกแกด้วยวะ นั่นสิ แล้วบอกไปทำไมวะเรา -*-
คนขาย : วันอาทิตย์ ธูปสีแดง ดอกไม้และพลอย นี่ครับ 40 บาท
เจ้าของบลอก : เฮ้ย ธูปต้องตามสีวันด้วย ?? ดอกไม้กับพลอยตูมีแล้วไม่ซื้อได้ไม๊ ลดราคาลงไปหน่อย <<< ทำได้แค่นึกในใจ แต่สุดท้ายก้อจ่ายเงินพี่เค้าไป คิดซะว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม -*-
แล้วทำการเดินขึ้นเขากันไป ช่วงแรกนี่ไม่ยากนะ เดินสบายๆ ชิลๆ คงเปนเพราะมานดึก อากาศดี เลยไม่เหนื่อย
ไหว้พระจุดที่ 4
จุดนี้เปนการสักการะรอยพระพุทธบาท <<< ทำไมช้านต้องมาถึงนี่วะ สระบุรีก้อมี ใกล้กว่าอีก จุดนี้แหละผู้คนจากส่วนไหนของประเทศก้อไม่รู้ มาอัดกันอยู่แต่ตรงเนี้ย.. ถ้าคุนนึกความหนาแน่นประชากรไม่ออก เรามีสูตรความหนาแน่นประชากรมาให้
สูตรความหนาแน่นประชากร = จำนวนประชากร / พื้นที่ (ตร.ม.)
แต่ถ้ายังนึกไม่ออกอีกหละก้อนึกถึงสภาพสลัมนั่นแหละ เบียดเสียดกันมาได้ ไอ้คนข้างหน้าก้อบอกอย่าดันมาได้ไม๊ <<< ไม่ได้ดันค้าบพี่ข้างหลังตะหากที่ดันมา คนข้างหลังก้อบอกถอยมาทำไมเนี่ยหายใจไม่ออก <<<น่านน..ตูผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง -*- เข้าแถวกันนานพอสมควร ไม่สิอย่าใ้ช้คำว่าเข้าแถวเลย เพราะคนแซงกันเปนว่าเ่ล่น และสุดท้ายก้อได้สักการะรอยพระบาท
ไหว้พระจุดที่ 5
จุดนี้เปนการสักการะพระอินทร์ พระพิฆคเณศ ก้อไหว้และขอพร(ข้อเดิม) กันไป ที่จุดนี้จะมีฆ้องขนาดใหญ่แขวนอยู่ เค้าว่ากันว่าหากอธิษฐานแล้วให้ลูบที่ตรงกลางฆ้อง ถ้าลูบแล้วมีเสียงดังแสดงว่าคำอธิษฐานของคุนจะเปนจิง ไอ้เราก้อวัยรุ่นอยากรู้อยากลองซะด้วยสิ พอลูบไป 2-3 ทีเท่านั้นแหละเสียงก้อดังขึ้นมาเลยค้าบพี่น้อง เอาหละหว่าดีใจโคด แ่ต่รู้สึกเสียงฆ้องมานคุ้นหู.. พอเพื่อนเราลองลูบมานกลับไม่ดังซะนี่ ไอ้เพื่อนเราเลยให้เราลองลูบอีกครั้ง คราวนี้เราลูบซะจนเสียงดังกังวานมากๆๆๆ ชัดเลยคราวนี้ เสียงที่ว่าคุ้นน่ะ นึกออกแล้ว เสียงมันเหมือนตอนที่ทดลองการสั่นพ้องนั่นเลย ตรงที่มือเราลูบมานก้อสั่นๆ ด้วย แจ่มเลยเสียงที่ว่านั่นอาจเกิดจากการสั่นก้อเปนได้ เราเลยบอกเพื่อนว่ามานคงเปนเช่นนี้แล พอเพื่อนทำตามที่เราบอกมานก้อลูบดังขึ้นมาทันที ซะพักบริเวณข้างๆ มีเด็กน้อยมาลองลูบกันเล่นๆ เสียงดังขึ้นมาจนทำให้ตาแก่ที่อยู่แถวนั้นอยากลูบบ้าง พอลูบไปก้อไม่ดังค้าบพี่น้อง ตาแก่เลยเรียกเดกน้อยกลุ่มนั้นมาลูบ เสียงก้อดังขึ้นมาอีก
ตาแก่ : โอ้..หนูีนี่มีบุญนะ ลูบกี่ครั้งก้อเสียงดัง ตาลูบเท่าไหร่ก้อเสียงไม่ดัง <<< แหงหละสิ..ก้อแกลูบไม่เปนนี่
ตาแก่จึงจับมือเดกน้อยลูบไปพร้อมๆ กัน หวังว่าจะขอแบ่งบุญกุศลประมานนั้น แล้วเสียงก้อดังขึ้นมาจิงๆ ซะด้วย
ตาแก่ : โอ้..ขอบใจมากนะหนูนะ <<< นั่นๆๆๆ แกคงไม่เคยเรียนฟิสิกส์มาเปนแน่ หรือบางทีเรียนแล้วลืมก้อเปนได้
แหม...ช่างเปนภาพที่น่าประทับใจ เดกน้อยคนนึงทำให้ตาแก่ยิ้มร่าด้วยความหวังขึ้นมาทันที 55+
หลังจากจุดนี้ไปก้อจะเปนบริเวณที่ให้คนนำผ้าแดงเดือดที่เขียนคำอธิษฐานไปผูกกับต้นไม้ หรือไม่ก้อถวายพระก้อได้ หรือคุนจะไปเขียนที่บริเวณนั้นเลยก้อได้หากใครไม่มีผ้าแดง การเดินทางไปที่จุดผ้าแดงนี้ค่อนข้างลำบากมากเลยทีเดียว ถ้าไม่สู้จิงแค่คุนเดินมาถึงบริเวณพระอินทร์ก้อน่าจาพอแล้วหละ หลังจากนั้นเราก้อเดินทางกลับกันด้วยความเหนื่อยล้า ใช้เวลาอยู่บนเขาประมาณ 8 ชั่วโมง แล้วก้อขึ้นรถเตรียมไประยองกันต่อ
พอมาถึงระยองก้อไม่มีรายมาก กินข้าว เล่นน้ำ เล่นบานานาโบ๊ท ไอ้บานาน่าโบ๊ทนี่แหละทำแสบเสียตังก้อแพง..(แบบว่าอยากเ่ล่นจัดเลยเล่นแบบเหมาครึ่งชั่วโมง หมดกันไปคนละ 100) แล้วยังเจ็บตัวเอง กลับมาถึงบ้านพร้อมสีสันทั่วร่างกาย สีม่วงที่เขา สีเขียวที่แขน สีแดงที่หลัง แม่ม..นี่มานคนหรือตุ๊กแกฟระน่ะ -*-
พวกคุนเหนไม๊ว่า . . ไม่ว่าจะทำอะไรเมืองไทยก้อทุนนิยมไปหมด แม้แต่ทำบุญยังมีคำว่า "ธุรกิจ" มาเกี่ยวข้องอ่ะ
"เมืองไทยเมืองยิ้ม" คงกำลังจะกลายเปนอดีตที่ถูกแทนที่ด้วย "เมืองไทยเมืองทุนนิยม" ในอีกไม่ช้า..
edit @ 17 Mar 2008 11:00:11 by THE NERD
อิจฉาโว้ยอยากไป๊)
#1 By ViZziE (125.26.17.126) on 2008-03-17 11:11